โทมัสเจฟเฟอร์สัน

พาณิชย์กับทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับใครควรจะเป็นคำขวัญของเรา

ทำไมเราต้องใช้แสลนกรองแสงในการทำโรงเรือนเพาะชำต้นกล้า

images

การนำแสลนกรองแสงมาใช้เพื่อลดทอนความเข้มแสง (Light intensity)   ส่วนจะใช้กี่เปอร์เซนต์ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ช่วงอายุของพืชที่เราปลูกครับ ค่าความเข้มแสงมีหน่วยเป็นลักซ์ (Lux) (จริงๆแล้วมีหลายหน่วยความเข้มแสง) โดยค่าความเข้มแสงประมาณ 30000 – 40000 Lux พืชจะมีอัตราการสังเคาระห์แสงสูงสุด

ส่วนสีดำ จะไม่ไปตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสง – (ทำความเข้าใจก่อนน่ะครับ แสง คือ คลื่นชนิดหนึ่ง) คือ แสงที่ลอดผ่านแสลนกรองแสงสีดำจะเป็นแสงขาวเหมือนที่เราเห็นทั่วๆไป ก่อนผ่านสแลนกรองแสง  และหลังผ่านแสลนกรองแสง แต่สแลนกรองแสงสีอื่นๆจะสะท้อนตัดทอนค่าความยาวของคลื่นแสงที่เป็นสีเดียวกับสีของแสลนกรองแสงนั้นออกไป และพืชก็ต้องการแสงสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก (ซึ่งรวมอยู่ในแสงขาวอยู่แล้ว) ถ้าแสงสีเหล่านี้ถูกตัดทอนออกไปก็จะมีผลต่อการสังเคราะห์แสง จนถึงการเจริญเติบโตครับ

การเลือกใช้สี เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุการใช้งานความ พืชแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ต้องการช่วงแสง หรือทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าสีนั้นแหละ เช่น ช่วงที่มีการเจริญทางลำต้นใบ พืชจะใช้แสงสีในกลุ่มสีน้ำเงินเป็นหลัก หรือช่วงที่มีการเตรียมตัวในการออกดอกจะใช้แสงช่วงที่ให้แสงกลุ่มสีแดงเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้ข้อมูลการเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ ถึงความแตกต่างตามสีของแสลนกรองแสงยังไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จำเป็นต้องศึกษากันเพิ่มเติม

การเลือกใช้ระดับการกรองแสง หรือจำนวนเปอร์เซ็นต์ ก็ขึ้นอยู่กับงานที่จะใช้ ขึ้นอยู่กับชนิด และอายุพืช เช่น ในขึ้นตอนการเพาะเมล็ด จนถึงอนุบาลกล้าก็ต้องการพรางแสงมากหน่อย 70-80 % และเมื่อต้นกล้าอายุมากขึ้นจะย้ายลงแปลงปลูกก็ต้องเพิ่มแสงให้ อาจจะพรางแสงแค่ 50 %

ชนิดพืชปลูก หากเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงจัด พวกที่ต้องการร่มเงา เช่น กล้วยไม้ สัปปะรดสีกลุ่มที่เกาะตามต้นไม้ พืชกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงมากต้องพรางแสงสูง

หากปลูกพืชกลุ่มกลางแจ้งให้สภาพพรางแสงสูง ต้นไม้จะข้อยืดยาว ลำต้นเลื้อย ทรงพุ่มจะเสียได้

 

Fri, January 20 2017 » สินค้า » Comments Off

กระบวนการตั้งครรภ์ในเพศหญิง

502

วันนี้ http://www.dumex.co.th/ จะพาเพื่อนๆมารู้จักกับกระบวนการตั้งครรภ์ในเพศหญิงค่ะ

การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้นมา ในการตั้งครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และตัวอ่อนที่มีเพียงเซลล์เดียวจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโตเป็นทารก ซึ่งผู้หญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28-30 วัน จะมีอายุครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด

ฮอร์โมนที่เป็นตัวกำหนดให้เกิดวงจรการตกไข่ของคุณแม่ ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน, แอลเอช (LH – Luteinozing Hormone) และเอฟเอสเอช (FSH – Follicle Stimulating Hormone) โดยฮอร์โมนทั้ง 4 ชนิดนี้จะคอยควบคุมการตกไข่ ฮอร์โมน FSH จะทำหน้าที่สร้างไข่และทำให้ไข่เติบโตพร้อมกันประมาณ 15-20 ฟอง จากนั้นฮอร์โมนเอสโตรเจนและ LH จะช่วยกันคัดเลือกไข่ที่สมบูรณ์เพียงฟองเดียว และเร่งให้ไข่ตกในช่วงประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน ไข่ฟองนี้จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่จะช่วยในการดูแลตัวอ่อนต่อไป เมื่อมีการตั้งครรภ์แล้ว ระดับฮอร์โมนในตัวคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงไป รกจะเป็นตัวหลักในการสร้างฮอร์โมน ฮอร์โมนตัวสำคัญที่รกสร้างขึ้นจะมีชื่อย่อว่า HCG ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้อง และทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนสูงขึ้นด้วย ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นคุณแม่ได้อย่างเต็มตัว

สำหรับระบบสืบพันธุ์ของคุณแม่นั้น อวัยวะสืบพันธุ์ของคุณแม่จะอยู่ภายในร่างกายเกือบทั้งหมด ยกเว้นหัวหน่าว แคมใหญ่ แคมเล็กที่เรียกโดยรวมว่า “ปากช่องคลอด” ที่อยู่ภายนอก สิ่งสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์ได้นั้นคือ “ไข่” ซึ่งไข่ใบนี้นี่แหละที่สามารถสร้างชีวิตน้อย ๆ ให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ และไข่ทั้งหมดจะเก็บสะสมอยู่ในรังไข่ทั้งสองข้าง ซึ่งมีติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์แล้วครับ เพราะเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ 5 เดือน ทารกเพศหญิงจะมีไข่เก็บไว้สูงถึง 6-7 ล้านฟอง และจะค่อย ๆ สลายตัวไปเหลือเพียง 2 ล้านฟองเมื่อแรกเกิด จากนั้นจะลดลงเรื่อย ๆ จนเข้าสู่วัยสาวจะอยู่ที่ประมาณ 2-5 แสนฟอง แต่จะมีไข่ที่มีผลทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียง 400-500 ฟองเท่านั้น เพราะการตกไข่แต่ละครั้งจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่สมบูรณ์เท่านั้นที่พร้อมจะให้อสุจิเข้ามาผสม (ขนาดของไข่ที่เติบโตสมบูรณ์ คือ 0.133 มม.)

 

Thu, January 19 2017 » เรื่องทั่วไป » Comments Off

การเลือกคอนโดเพื่อการรับบริหารอาคารอย่างถูกหลักวิธีโดยนิติบุคคล

คอนโดบางทีมักจะมีการเลือกกรมการและเลือกผู้จัดการนิติบุคคลฯ  หรือที่เรียกว่าเป็นการบริหารภายใน โดยมีบุคคลเดียวที่เป็นเจ้าของ โดยจะให้เงินเดือนให้ผู้จัดการนิติบุคคลอย่างต่ำก็ 20000 ดังนั้นก่อนจะมีการตัดสินใจสิ่งใดก็ตามจะมีการประชุมกันเสียก่อน แต่หากที่ใดมีบุคคลที่ขึ้นมาอาสาทำนิติบุคคล ไม่จำเป็นต้องห่วงเลยเพราะเขาจะมาทำด้วยใจไม่เอาแม้แต่สตางค์แดงเดียว

proactivemanagemen

หลักๆที่สำคัญของการจะมารับบริหารอาคารนั้น จะต้องรู้ว่ามีผู้จัดการอาคาร ,  การเงิน,  บัญชี ,  ช่างประจำอาคาร   บุคคลเหล่านี้  คอนโดหรือเรียกว่า ” นิติบุคคล” บางแห่งจะจ้างบุคคลภายนอกมาทำงานให้  แล้วจ่ายเงินเดือนให้  หรือคอนโดบางแห่งก็จ้างบริษัทมาทำงานให้  หรือบางทีอาจจะเป็นผู้จัดการนิติบุคคลยังคงเป็นคนภายในคอนโด ที่เข้ามาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

หรือไม่หากเรามีการรับบริหารอาคารมา เขาอาจจะมีแบบครบเซตมาให้เราเลย โดยที่ไม่ต้องหาจากที่ไหนอีก ประกอบด้วย  ผู้จัดการนิติบุคคลฯ  ,  ผู้จัดการอาคาร  ,  บัญชี  ,  การเงิน ,  ช่าง  ,  รปภ.  แม่บ้าน ด้วย   แบบนี้เรียกว่า ผู้จัดการนิติบุคคลฯ  เป็นคนภายนอก

ดังนั้นในส่วนของการรับบริหารอาคารต้องขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกแบบใดจะหาบุคคลเข้ามาเอง หรือจะเอาแบบที่คลอบคลุมแล้วก็ย่อมได้ เพราะจะมาเป็นเสร็จสรรพเรานั้นมีเพียงหน้าที่แค่จ่ายเงินเท่านั้นเอง การบริหารไม่ใช่เรื่องยากเพียงเราต้องอาศัยความพยายามมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ และทุกอย่างที่เราตั้งเป้าหมายไว้ก็จะบรรลุไปได้เองในการบริหารงานอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ

Wed, January 18 2017 » บริการ » Comments Off

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ สำหรับผู้หญิงที่อยากตั้งครรภ์

56

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่นำมาใช้ในการรักษาภาวะมีลูกยาก หรือการตั้งครรภ์ยาก วันนี้  http://www.dumex.co.th/  ได้นำสาระดีๆมาให้เพื่อนๆทำความรู้จักและป้องกันค่ะ

การผสมเทียมโดยการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง (Intrauterine Insemination: IUI) แพทย์จะทำการกระตุ้นไข่ จนเมื่อวันที่ไข่ตก ก็ทำการเก็บอสุจิ โดยคัดเอาตัวที่ดี และนำไปใส่ในมดลูก แต่วิธีนี้จะเหมาะกับผู้หญิงที่ไม่มีปัญหาท่อนำไข่ตัน โดยจะมีโอกาสตั้งครรภ์ 15-20% ในผู้หญิงที่อายุไม่มาก หากอายุประมาณ 35-40 ปี โอกาสในการตั้งครรภ์ก็จะลดลง เหลือประมาณ 10%

การทำกิฟท์ (Gamete Intrafallopian Transfer: GIFT) แพทย์จะทำการกระตุ้นไข่ จนเมื่อวันที่ไข่ตก ก็ทำการเก็บอสุจิ นำมาผสมกับไข่ แล้วใส่ในหลอดเล็กๆ ใส่กลับเข้าไปบริเวณท่อนำไข่ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการปฏิสนธิตามธรรมชาติ แต่วิธีการนี้ต้องเจาะผนังหน้าท้องเพื่อนำไข่และอสุจิใส่ในท่อนำไข่ จึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

การทำซิฟท์ (Zygote Intrafallopian Transfer: ZIFT)วิธีการนี้คล้ายกับการทำกิฟท์ แต่ต่างกันที่เมื่อนำอสุจิกับไข่มาผสมกันแล้ว จะนำไปเลี้ยงไว้ในห้องปฏิบัติการจนเกิดการปฏิสนธิตัวอ่อนในระยะที่เรียกว่า zygote จึงค่อยใส่กลับไปในบริเวณท่อนำไข่ ซึ่งวิธีการนี้ก็ต้องทำการเจาะผนังหน้าท้องเช่นเดียวกับการทำกิฟท์ จึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเช่นกัน

การปฏิสนธิภายนอกร่างกายหรือเด็กหลอดแก้ว (In-vitro Fertilization: IVF) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน  โดยจะเป็นการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอดและนำมาผสมกับอสุจิให้เกิดปฏิสนธิกันภายในห้องปฏิบัติการจนได้ตัวอ่อน จึงทำการย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูกต่อไป ซึ่งวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การเจาะผนังหน้าท้อง และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สูงขึ้น โดยผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 38 ปีมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 30-50% และในคนที่อายุมากกว่า 38 ปีจะมีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำกว่า 30%

การทำอิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection: ICSI) เป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่ จัดเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำ IVF โดยจะใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิที่คุณภาพไม่ดี ไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ นอกจากนี้ในกรณีที่ผู้ชายมีปัญหาไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ ก็มีวิธีการที่จะนำเอาตัวอสุจิออกมาจากลูกอัณฑะหรือหลอดอสุจิเพื่อมาใช้ในกระบวนการทำอิ๊กซี่ต่อได้ เช่น PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration), MESA (Microsurgical Epididymal Sperm Aspiration) หรือ TESE (Testicular Biopsy Sperm Extraction)

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการรักษาและโอกาสในการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ ความผิดปกติ และวิธีการที่ใช้ เมื่อคู่สามีภรรยาตัดสินใจเข้ารับการรักษาภาวะมีลูกยาก แพทย์จะเป็นผู้ร่วมพิจารณาว่าควรใช้วิธีใด เพื่อช่วยเพิ่มความสำเร็จของการตั้งครรภ์โดยคุ้มค่ากับเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงจากการใช้ยาต่างๆ

Tue, January 17 2017 » สุขภาพ » Comments Off

สาระดีๆเกี่ยวกับรถเครน

%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%94

วันนี้ facebook.com/t.machine2015 จะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับเครนให้มากยิ่งขึ้นค่ะ  ว่าเครนนั้นคืออะไร และมีกี่ประเภท

เครน  ตามภาษากฏกระทรวงฯ รัฐบาลไทย เรียกว่าปั่นจั่น (Cranes or Derricks) หมายถึงเครื่องจักรกลที่ใช้ยกของขึ้นลงตามแนวดิ่งและเคลื่อนย้ายของเหล่านั้น ในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ

เครนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

เครนเหนือศีรษะและเครนขาสูง (Overhead-Gentry Cranes) เครนหอสูง (Tower Cranes) รถเครน เรือเครน (Mobile Cranes)

เครนแบ่งย่อยออกเป็นหลายประเภท

1.เครนรถตีนตะขาบ (Crawler Crane)-เป็นเครนรถ ล้อตีนตะขาบ บูมส่วนมากเป็นแบบบูมสาน เหมาะสมกับการใช้ในไซด์งานที่บุกเบิกใหม่ พื้นที่ยังไม่ถูกบดอัด ติดหล่มยากแต่ไม่แนะนำให้ใช้งานแบบวิ่งต่อเนื่องเป็นระยะทางคราวละหลายร้อยเมตร เพราะจะทำให้ชุดกลไกของล้อสึกเร็ว-เสียหายเร็วกว่าอายุใช้งานปกติ การเคลื่อนย้ายฯ จึงต้องแยกส่วนและขนถ่ายด้วยรถบรรทุกหนัก ใช้เครนเคลื่อนที่ล้อยางประกอบช่วยประกอบหน้าไซด์งาน

2.เครนรถแบบทรัคเครน (Truck Crane)-เครนรถล้อยาง สามารถวิ่งได้เร็วคล้ายรถบรรทุก วิ่งเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ข้ามอำเภอ-ข้ามจังหวัดได้ เลี่ยวได้มุมแคบ, พื้นที่ใช้งานต้องถูกบดอัดแล้วเท่านั้น

3.เครนรถแบบราฟเตอเรน (Rough Terrian Crane)-เครนล้อยาง ขับเคลื่อนทุกล้อ ทำงานในพื้นที่บุกเบิกใหม่ได้หากติดหล่มมีชุดกว้านช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ไม่สมบุกสมบันเหมือนเครนล้อตีนตะขาบ, วิ่งข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัดได้แต่ใช้ความเร็วได้ต่ำกว่าทรัคเครน

นอกจากที่  บริษัท ที.แมชชีน จะพาเพื่อนๆมารู้จักเกี่ยวกับเครนแล้ว  ทางเรายังให้บริการเช่าเครนตราด  บริการเครื่องจักรตราด และเครื่องจักรก่อสร้างอีกมากมาย

 

 

 

 

 

Tue, January 10 2017 » สินค้า » Comments Off